Website Banner
 
ตะกร้าสินค้า


   ไปยังหน้า:  [1]
นมผึ้ง รอยัลเยลลี่Royal Jelly ชื่อสินค้า : นมผึ้ง รอยัลเยลลี่Royal Jelly
ราคา : 3200
โปรโมชั่น : 2,000.00 บาท



   ไปยังหน้า:  [1]
รายการสินค้าประกอบด้วย
รหัสรายการราคาจัดส่งจำนวนรวม
    
ค่าจัดส่ง :
รวม :
0
N/A On Call โปรดโทรตรวจสอบค่ะ
No records to display.
 



นมผึ้ง (Royal Jelly)


         นมผึ้ง หรือ รอยัลเยลลี (royal jelly) ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 294 พ.ศ. 2548 เรื่องรอยัลเยลลี และผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลีนั้น หมายถึง ผลิตภัณฑ์ของผึ้งที่ใช้เป็นอาหารสำหรับเลี้ยงตัวอ่อนของผึ้งนางพญา มีลักษณะเหมือนครีมข้นสีขาว และให้หมายรวมถึงรอยัลเยลลีที่นำไประเหยน้ำออกจนแห้งด้วยกรรมวิธีที่เหมาะสม มีลักษณะเป็นผงหรือเกล็ดหรือลักษณะอื่น (กระทรวงสาธารณสุข, 2548)


         นมผึ้งเป็นอาหารสำหรับเลี้ยงดูตัวอ่อนของผึ้ง และผึ้งนางพญา ซึ่งเป็นสารอาหารที่ผลิตขึ้นโดยผึ้งงาน (Apis mellifera) หรือ ผึ้งนางพยาบาล (nurse bees) ในช่วงอายุ 7 วัน ซึ่งผึ้งงานเป็นผึ้งเพศเมียเช่นเดียวกับผึ้งนางพญา นมผึ้งจะขับออกจากจากต่อมไฮโปฟาริงค์ (hypo-pharyngeal gland) และต่อมน้ำลาย (mandibular gland) ที่อยู่บริเวณส่วนหัวของผึ้งงาน (Antinellia et  al., 2003) ซึ่งนมผึ้งจะถูกสร้างขึ้นจากที่ต่อมไฮโปฟาริงค์มากกว่าที่ต่อมน้ำลาย นอกจากนี้ต่อมน้ำลายยังสามารถสร้างกรด 10-hydroxy-2-decenoic (10-HDA) และกรดไขมันอื่นๆ อีกด้วย (Townsend & Lucus, 1940) ผึ้งงานจะคายนมผึ้งออกจากปากใส่ลงในหลอดรวงตัวอ่อน (brood cells) นอกจากนั้นผึ้งงานจะป้อนนมผึ้งให้แก่ผึ้งนางพญาตั้งแต่เป็นหนอนตัวอ่อนจนกลายเป็นผึ้งนางพญาที่สมบรูณ์ (สิริวัฒน์, 2540) ผึ้งทั่วไปได้รับนมผึ้งเพียงแค่ 3 วันแรก ซึ่งมีเฉพาะตัวอ่อนที่เจริญไปเป็นผึ้งนางพญาเท่านั้นที่ได้รับนมผึ้งตลอดชีวิต (พิชัย และสมนึก, 2537) เหตุนี้จึงถูกเรียกว่า อาหารทิพย์ วุ้นทิพย์ วุ้นราชินี อาหารราชินี หรือ อาหารนางพญา (ประไพศรี, 2537)



 องค์ประกอบของนมผึ้ง


         นมผึ้งมีองค์ประกอบหลัก คือ น้ำ โปรตีน ไขมัน น้ำตาล ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้จะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับฤดูกาล และพื้นที่ในการเลี้ยงผึ้ง (Takekana, 1982; Ratanavalachai, 2002) นอกจากนี้นมผึ้งยังมีวิตามิน แร่ธาตุ กรดอะมิโน และสารชีวโมเลกุล (Miyata  et al., 2004; Nagai & Inoue, 2004; Simuth et al., 2004; Stocker et al., 2005) ส่วนประกอบของนมผึ้งจะเปลี่ยนแปลงไปตามระยะของการเจริญเติบโตของตัวอ่อนที่จะเป็นนางพญาผึ้ง หากเก็บรักษานมผึ้งไว้ไม่ดีเท่าที่ควร จะส่งผลให้ส่วนประกอบต่างๆ ของนมผึ้งนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว


         นมผึ้งมีค่า pH ประมาณ 3.6-4.2 มีฤทธิ์เป็นกรด และมีองค์ประกอบต่างๆ ซึ่งมีน้ำอยู่ประมาณ 50-75% ของน้ำหนักเปียก รองลงมาเป็นส่วนของโปรตีน และน้ำตาล ซึ่งจะมีมากที่สุด (Krell, 1996) มีโปรตีนประมาณ 12-15% โดยเฉลี่ยของนมผึ้ง (Takenaka, 1982) ประกอบด้วยโปรตีนที่ละลายในน้ำได้ (water soluble protein) และไม่ละลายในน้ำ (water - insoluble protein) โดยโปรตีนที่ละลายในน้ำได้มีมากกว่า 46-89% ของโปรตีนทั้งหมดในนมผึ้ง (Chen and Chen, 1995; Takenaka and Echigo, 1983) จะมีสารจำพวกไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ ซึ่งเป็นโปรตีนหลัก 6 ชนิด และไกลโคโปรตีน 4 ชนิด มีกรดอะมิโนอิสระเฉลี่ย 2.3% และเปปไทด์ (peptide) 0.16% ของสารประกอบไนโตรเจน (Krell, 1996; Schmitzova et al., 1998)

  นมผึ้งมีกรดอะมิโน และอนุพันธ์ทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับมนุษย์ (Krell, 1996) คือ histidine (His), serine (Ser), arginine (Arg), glycine (Gly), aspartic acid (Asp), glutamic acid (Glu), threonine (Thr), alanine (Ala), hydroxylysine (Hylys), proline (Pro), cysteine (Cys), lysine (Lys), tyrosine (Tyr), methionine (Met), valine (Val), isoleucine (Ile), leucine (Leu), phenylalanine (Phe), taurine (Tau), g-aminobutyric (GABA), aminoisobutyric acid (AABA), ornithine (Orn), glutamine (Gln), asparagines (Asn), hydroxyproline (Hypro) และ tryptophan (Trp) (Wu et al., 2009) 
         ซึ่งกรดแอสพาร์ติกเป็นกรดอะมิโนหลักที่จำเป็นสำหรับการเจริญของเนื้อเยื่อ และสร้างถึง 16.1% ของปริมาณโปรตีนในนมผึ้ง และพบว่าทั้งกรดแอสพาร์ติก และกรดกลูตามิคแสดงบทบาทสำคัญมากในการเป็นศูนย์กลางการทำงานของเอนไซม์ (enzyme active centers) เหมือนเป็นการรักษาความสามารถในการละลาย (solubility) และลักษณะไอออนของโปรตีน (Krell, 1996)


         ในนมผึ้งยังประกอบด้วยเอนไซม์ ได้แก่ เอนไซม์กลูโคสออกซิเดส (glucoseoxidase) ฟอสฟาเตส (phosphatase) คอลีนเอสเทอเรส (cholinesterase) (Krell, 1996) ยังพบว่านมผึ้งมีสารที่คล้ายอินซูลิน (insulinlike peptide) (Kramer et al., 1980 และ 1982) และพบว่ามีเปปไทด์ที่มีกรดอะมิโนที่เชื่อมต่อกันอย่างสมบรูณ์ ได้แก่ รอยัลไลซีน (royalizin) ประกอบด้วยเรซีดิวส์ของกรดอะมิโน (amino acid residues) 51 โมเลกุล เชื่อมด้วยพันธะไดซัลไฟด์ (disulfide bond) 3 พันธะ ซึ่งเป็นโปรตีนที่สมบัติเป็นสารต้านจุลินทรีย์ (antimicrobial protein) (Fujiwara et al., 1990) อะไพซิน(apisin) (Watanabe et al., 1996, 1998) และรอยัลแลคซิน (royalactin) (Kamakura et al., 2001)


+ ประโยชน์ของนมผึ้ง +


1. คุณค่าทางโภชนาการของนมผึ้ง
        นมผึ้งเป็นแหล่งของสารอาหารที่ครบถ้วน มีทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุ รวมถึงสารประกอบชีวเคมี เช่น เอนไซม์ เป็นต้น ได้มีการเปรียบเทียบสารอาหารของน้ำนมวัวกับนมผึ้ง พบว่านมผึ้งมีปริมาณโปรตีนมากกว่านมวัวประมาณ 5 เท่า มีคาร์โบไฮเดรตมากกว่าประมาณ 3 เท่า และมีปริมาณวิตามินที่มากกว่าในนมวัว

2. คุณค่าทางการแพทย์ และทางยารักษาโรค 
         ได้มีการศึกษาทางด้านเภสัชวิทยา พบว่านมผึ้งมีคุณประโยชน์ ดังนี้
นมผึ้งมีกรด 10 hydroxy-2-decenoic หรือ 10-HDA มีงานวิจัยพิสูจน์แล้วว่ากรด 10-HDA มีฤทธิ์ต้านการเจริญของแบคทีเรียหลายชนิด ซึ่งฤทธิ์การต้านเชื้อแบคทีเรียมักพบในกรดไขมันที่มีคาร์บอน 6 อะตอม จะมีฤทธิ์สูงสุด และกรด 10-HDA มีฤทธิ์สูงกว่ากรดไขมันตัวอื่นที่มีจำนวนคาร์บอนอะตอมเท่ากัน โดยกรด 10-HDA มีประสิทธิภาพประมาณ 75% ของเพนนิซิลิน (penicilin) ฤทธิ์นี้จะหมดไปถ้าเก็บรักษานมผึ้งที่อุณหภูมิห้องนาน 30-40 วัน (ประไพศรี, 2537) กรด 10-HDA สามารถต้านการเจริญของแบคทีเรียทั้งแกรมบวก และแกรมลบ รวมทั้งเชื้อที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะทั่วๆ ไป เช่น Proteus Vularis หรือ Pseudomonas aeruginosa ฤทธิ์การต้านแบคทีเรียของนมผึ้งจะสูงสุดภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากเก็บนมผึ้งออกจากรัง หลังจากนั้นฤทธิ์จะลดลงสู่ระดับคงที่ (ตรีทิพย์, 2528) 
        
         นอกจากนั้นยังพบว่านมผึ้งมีฤทธิ์ในการต้านสารกัมมันตรังสี และต้านการเจริญ และช่วยยับยั้งการลุกลามของเซลล์มะเร็ง (Bincoletto  et  al., 2005; Majtan  et  al., 2006) ลดอาการอักเสบของเซลล์มะเร็ง (Townsend et al., 1960) และจากการศึกษาในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะแพร่กระจายมาก พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับนมผึ้งมีการอักเสบรอบก้อนมะเร็งน้อยกว่ากลุ่มที่ได้ยาหลอก (placebo) ซึ่งหมายถึง สารที่ไม่ก่อเกิดขบวนการทางเภสัชในการรักษา มีลักษณะปรากฏภายนอกเหมือนยาจริง (ยาที่ออกฤทธิ์ตามกลไกเภสัชศาสตร์) แล้วนำมาใช้ในการแพทย์ ซึ่งเป็นยาที่ใช้มากในการศึกษาวิจัย ถูกใช้เป็นตัวอ้างอิงเปรียบเทียบเพื่อควบคุมการทดลองทางคลินิกเพื่อทดสอบยา เพื่อให้ทราบประสิทธิภาพของยาจริง (Hart, 1999)
         
         อะเซทิลคอลีน (acetylcholine) ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่จำเป็นต่อระบบการทำงานของประสาทในมนุษย์ มีฤทธิ์ในการขยายหลอดเลือดจึงสามารถช่วยลดความดันเลือดได้ (Shimoda et  al., 1978)


         สารมีฤทธิ์คล้ายอินซูลิน (insulinlike peptide) ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด (Fujii et  al., 1990) มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด


         กรดซีบาสิด (sebacid acid) ซึ่งเป็นกรดไขมันที่มีฤทธิ์ต้านการเจริญของเชื้อราที่ผิวหนัง และสามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรียบางชนิด ฃ

+ ปริมาณการบริโภคนมผึ้งต่อวัน + 
         องค์การ FDA (Food and Drug Adminidtration) เท่านั้นที่มีสิทธิ์บังคับควบคุมในประเทศสหรัฐอเมริกา (USA) สามารถกำหนดเงื่อนไขของปริมาณการบริโภคแต่ละวัน (dose, dosage) ของอาหารเสริม ซึ่งองค์การ FDA กำหนดให้นมผึ้งเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม (FDA, 2007) และจนถึงทุกวันนี้พบว่านมผึ้ง และผลิตภัณฑ์อื่นจากผึ้ง ยังไม่มีการกำหนดปริมาณการบริโภคในแต่ละวันด้วยองค์การ FDA 


         ดังนั้นจึงไม่มีการแนะนำถึงปริมาณบริโภคในแต่ละวันของนมผึ้ง และผลิตภัณฑ์จากผึ้ง ซึ่งผู้ที่บริโภคนมผึ้งเป็นการใช้เพื่อประโยชน์บำรุงสุขภาพเหมือนเป็นอาหารเสริม จากการายงานข้อมูลที่มีการกำหนดปริมาณการบริโภคแต่ละวันนั้นเป็นเพียงการสะสมข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของนมผึ้ง และอาหารเสริมอื่นๆ ซึ่งไม่ได้พิจารณาจากองค์การ FDA จึงไม่สามารถตีพิมพ์ข้อมูลเหล่านั้นเพื่อเผยแพร่แก่ผู้บริโภคได้ (Taylor, 2009)


         จากรายงานการวิจัยพบว่าการรับนมผึ้งเป็นเวลา 1-2 เดือน โดยการกลืนหรืออมใต้ลิ้นให้นมผึ้งละลายในปริมาณ 200-500 mg/วัน ซึ่งนมผึ้งจะทำหน้าที่เหมือนเป็นยาบำรุง และยากระตุ้น ส่งผลดีต่อสุขภาพของมนุษย์ (Krell, 1996) จากการรวบรวมข้อมูลทางการแพทย์ พบว่าปริมาณบริโภคการนมผึ้งสดต่อวันในผู้ใหญ่จะขึ้นอยู่กับแต่ละกรณี ซึ่งปริมาณต่ำสุด คือ 100-300 mg/วันปริมาณปานกลาง 500 mg/วัน และในกรณีที่สาหัสหรือเร่งด่วนใช้ปริมาณ 800-1,000 mg/วัน ส่วนในเด็กจะขึ้นอยู่กับอายุ โดยจะใช้แค่ 1/2 หรือ 1/4 ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ใช้ ส่วนปริมาณการบริโภคนมผึ้งผงด้วยการทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง ซึ่งปริมาณที่ใช้ คือ 1/3 ของปริมาณการบริโภคนมผึ้งสดที่ได้กล่าวมาข้างต้น (Donadieu, 1983) และปริมาณการบริโภคนมผึ้งผสมน้ำผึ้ง ซึ่งจำนวนของน้ำผึ้งที่เติมจะขึ้นอยู่กับเปอร์เซ็นต์ของนมผึ้ง โดยปกติเติมน้ำผึ้ง 1-3% ของนมผึ้งสด ปริมาณการบริโภคต่อวัน จะบริโภคหนึ่งช้อนชาหรือประมาณ 100-300 mg 

โทษและความเป็นพิษของนมผึ้ง +
         โทษและความเป็นพิษของนมผึ้งมีรายงานไว้ไม่มากนัก ซึ่งอาการที่ปรากฏมีทั้งอาการเพียงเล็กจนถึงรุนแรง มีรายงานว่าผู้ชายคนหนึ่งที่รับประทานนมผึ้ง 5 g หลังจากนั้น 2-3 วัน มีอาการกระสับกระส่าย นอนไม่หลับ มีไข้ และอุณหภูมิร่างกายสูงเล็กน้อย มีอาการประมาณ 4 วัน หลังจากนั้นจึงหายเป็นปกติ (Decourt, 1956) รายงานว่าผู้หญิงชาวญี่ปุ่นอายุ 53 ปี มีอาการปวดหลัง และท้องร่วงอย่างรุนแรงหลังจากที่บริโภคนมผึ้ง 10 mL/วัน เป็นเวลา 25 วัน เมื่อตรวจบริเวณลำไส้ พบว่ามีอาการตกเลือด อักเสบ เกล็ดเลือดจับตัวเป็นก้อน และพบว่าเซลล์เกิดการอักเสบ (Yonei, 1997) อย่างไรก็ตามไม่มีรายงานว่าสาเหตุที่แท้จริงของการเจ็บป่วยนั้นเกิดจากนมผึ้งหรือไม่


+ เพิ่มเติมนะคะ +
         สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้ผลิตภัณฑ์จากผึ้ง เช่น น้ำผึ้ง ไขผึ้ง เป็นต้น จะมีอาการแพ้นมผึ้งเช่นเดียวกันค่ะ เนื่องจากแพ้สารที่ผึ้งผลิตออกมา ดังนั้นผู้ที่อาการแพ้ผลิตภัณฑ์ผึ้งจึงควรหลีกเลี่ยงที่จะรับประทานนมผึ้งคะ 



Royal Jelly


Royal Jelly is a highly concentrated food source containing proteins, carbohydrates, vitamins and 10-HDA. 
It is the sole diet of the queen-bee and provides her with superior life expectancy and increased fertility.
Indications: Aids in the maintenance or improvement of general well-being. 

 
Active Ingredient:
Each softgel capsule contains:
Royal Jelly Lyophilised                             183.3 mg
Equiv to 10-Hydroxy-2-decenoic acid         11 mg
Royal jelly fresh                                       550 mg
Calcium carbonate                                   20 mg
Equiv to Calcium                                      8 mg
No added sugar, starch, yeast, gluten, and salt.

· Always read the label.
· Use only as directed.

· If Symptoms persist, consult a healthcare professional



Promotion นมผึ้ง Royal Jelly healthy care ซื้อ 2 ขวด

  
เหลือเพียง 3,500 บาท เท่านั้น

             ด่วน สินค้ามีจำนวนจำกัด !!!!


Current Pageid = 45